ถึงเวลาล่าช้าง !! ออกไปถ่ายทางช้างเผือกกับอุปกรณ์คู่ใจ

milkyway

ในปีหนึ่งๆ จะมีช่วงเวลาเพียงไม่กี่เดือนที่เหล่าช่างภาพต้องการจะออกล่าเพื่อให้ได้มาซึ่งช้างตัวนั้น

ในช่วงชีวิตหนึ่งของคนที่ถือกล้องออกท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล คงจะมีสักครั้งที่อยากจะเก็บภาพที่ถือเป็นเสมือนเหรียญตราแห่งความภาคภูมิใจของนักถ่ายภาพทุกคนเอาไว้ หลายคนได้มาโดยง่าย แต่ยังมีอีกหลายคนที่สูญเสียกันไปเท่าไรก็ยังไม่ยอมแพ้ เพียงเพื่อแค่คำว่า

ทางช้างเผือก

ผมต่อสายหาพี่โอ๋ ที่นิตยสารคาเมราร์ต (fb.com/Camerartmag) เพราะได้ยินแว่วๆ ระหว่างที่พี่โอ๋มาติดต่อขอยืมตัวเลนส์ IRIX ไปรีวิวว่าทีมคาเมราร์ตกำลังจะมีทริปไปล่าช้างในเร็วๆ นี้

ผม : พี่โอ๋ครับ พอจะมีที่ให้ผู้ชายหน้าตาดี ตัวน้อยๆว่างอีกสักที่นึงมั้ยครับ?

พี่โอ๋ : ที่อะพอมี แต่ผู้ชายหน้าตาดีดีอะ พี่ไม่เชื่อ !

ผม : …………………

ด้วยเหตุนี้ การไปล่าช้างอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในชีวิตของผมก็ได้เริ่มต้นขึ้น?

ขั้นตอนการเตรียมตัว

ในระหว่างรอสมาชิกร่วมทริปอยู่ที่ Camerart “พี่โภช” ช่างภาพและนักเขียนประจำ Camerart ได้มาแนะนำการเตรียมตัวก่อนไปถ่ายภาพดาวไว้ตามนี้

  1. ปิด Noise Reduction ของกล้องก่อน
  2. ISO ที่ 3200 Shutter Speed ที่ 30 วินาที
  3. ใช้ช่วงกว้างสุดของเลนส์
  4. เปิด F กว้างสุดของเลนส์ แล้วถอยมา 2 Stop เช่น ถ้าเลนส์กว้างสุดที่ 1.8 ให้ถอยมาที่ 2.4 เพราะจะเป็นช่วงความกว้างที่เลนส์ตัวนั้นจะให้ความคมชัดที่ดีกว่าการใช้ F กว้างสุดของเลนส์ตัวนั้น
  5. ตั้งค่าตามนี้แล้ว หากถ่ายออกมาแล้วสว่างหรือมืดไป ให้มาปรับที่ ISO เท่านั้น

ซึ่งพวกนี้พี่โภชบอกว่าเป็นเบสิคสำหรับให้ใครๆ ก็สามารถถ่ายดาวได้ด้วยกล้องตัวเอง แต่สำหรับคนที่ซีเรียสมากกว่านี้ ก็จะมีสูตรคำนวนช่วงเลนส์กับขนาดเซ็นเซอร์อีก ซึ่งหาได้ตาม Google

อุปกรณ์ที่ต้องมี

  1. กล้อง (ไม่งั้นจะเอาอะไรถ่าย)
  2. ขาตั้งกล้อง ขาดไม่ได้ไม่งั้นภาพจะสั่นไปหมดที่ Shutter Speed 30 วินาที ?แม้กล้องตัวนั้นจะมีกันสั่น 10 แกนก็ตาม
  3. มือถือ (เอาไว้ใช้แสงจากหน้าจอส่องดูเมนูกล้อง เน้นย้ำ ห้ามใช้แสงจากหลอด LED หลังกล้อง เพราะจะรบกวนผู้อื่นในการถ่ายดาว)
  4. ยาทากันแมลง

ได้เวลาปฎิบัติจริง

กำหนดการคืออกเดินทางตอนสี่ทุ่มครึ่ง และไปถึงจุดเริ่มถ่ายตอนตีสาม แต่พี่คนขับสามารถพาเราไปถึงได้เพียงแค่เวลาตีหนึ่งเศษๆ เท่านั้น ทำให้ความฝันที่จะหลับเอาแรงก่อนสลายไปทันใด ที่โชคดีก็คือ ผมมีเวลาได้ทดลองฝึกซ้อม ตั้งขา หาจุดที่จะเก็บภาพที่ดีที่สุดก่อนที่ช้างจะโผล่ออกมานั่นเอง

อ่างเก็บน้ำลำอีซู จุดล่าของพวกเรา

ขาตั้งกล้องเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้แน่ๆ ในการที่จะถ่ายภาพในช่วง Speed Shutter นานๆ แบบนี้ ด้วยอาศัยที่ว่าผมพกกล้อง Mirrorless อย่าง A7 mk2 ไป ประกบกับเลนส์ Irix 15mm f2.4 ผมเลยเลือกเอา Manfrotto Befree Live มาใช้ในค่ำคืนนี้ ในทริปนี้ผมพบขาจาก Manfrotto หลายตัวมาก ทั้งรุ่นใหม่และรุ่นสมัยผมยังไม่เกิด (ว่าไปนั่น) การถ่ายภาพดาว ความมืดถึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด ผมจึงไม่สามารถเก็บภาพระหว่างการถ่ายนี้ได้เลยซักภาพ [= =]

เวลาผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง ยังไม่มีวี่แววช้างออกมาให้เห็น แม้ว่ากำหนดการที่ช้างจะโผล่ตามที่ดูจาก App จะเป็นเวลา ตีสามก็ตาม โชคดีที่อากาศกำลังสบายและไม่มียุงเท่าไหร่ และแม้จะไม่มีดาวให้เห็นมาก แต่โชคดีที่ด้านหลัง เหมือนจะมีไฟป่าอยู่ เราเลยมีอะไรฆ่าเวลาระหว่างรอทางช้างเผือกโผล่ออกมา

และแล้ว สิ่งที่พวกเรารอคอยก็ค่อยๆ ปรากฏให้เห็นที่หลัง LCD ของกล้องในเวลาประมาณตีห้าเศษๆ จากตอนแรกที่เราคิดว่าจะผิดหวัง กลายเป็นได้สมหวังกันถ้วนหน้า เนื่องจากเวลามีน้อยเพราะพระอาทิตย์ใกล้จะขึ้นอยู่เต็มทีแล้ว เราจึงรัวกันเท่าที่จะรัวได้ และอาศัยการตั้งค่ากล้องของพี่โภชที่กล่าวไว้ตอนแรก ผมเลยไม่ต้องทำอะไรกับกล้องมากนักยกเว้น…

ผมลืมตั้งให้ถ่ายเป็น RAW File !!!

นั่นเลยเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมดึงดาวออกมาได้ไม่มากเท่าที่ควร แถม Noise ยังอื้อแบบทำอะไรกับมันได้ไม่มาก แต่กระนั้น ทริปนี้ก็เป็นอะไรที่ประทับใจ กับช้างตัวแรกในชีวิตของผมอยู่ดีล่ะนะ

 

ทางช้างเผือกที่อ่างเก็บน้ำลำอีซุ

ภาพช้างตัวแรกในชีวิตของผมครับ (Noise กระจายแถมดึงได้น้อยเพราะไม่ได้ถ่ายเป็น RAW File)

Process หลังการถ่ายช้าง

หลังจากที่กลับมาถึงบ้าน สิ่งที่ทุกคนจะต้องทำเพื่อให้ช้างของเราสมบูรณ์ก็คือการ Process นั่นเอง ซึ่งวิธีการทำ ผมได้ไป Live กับพี่โภชไว้ในเพจของ Camerart เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทุกคนสามารถดูได้ที่คลิปด้านล่างนี้ได้เลยครับ?

สำหรับใครที่อยากร่วมทริปไปกับ Camerart สามารถเข้าไปดูที่หน้าเพจตามวิดีโอข้างต้นนนี้ได้เลยนะครับ ส่วนใครมองหาขาตั้งกล้องดีๆ ไว้ล่าช้างกับเค้าบ้างก็ดูได้ที่ข้างล่างนี้เลยจ้า

สินค้าในบทความนี้

Sale!
Sale!

Manfrotto

MK290DUA3-BH

฿11,100.00 ฿7,990.00
ปิดโหมดสีเทา