5 เทคนิคง่ายๆ ให้ภาพสินค้าของคุณโดดเด่นกว่าใคร

ทุกวันนี้การเลือกซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ไม่ว่าจะผ่านทางเว็บไซต์ หรือแอพพลิเคชั่นต่างๆกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก เนื่องจากสะดวกสบายไม่ต้องเจอปัญหารถติด วนหาที่จอดรถ มานอนเปิดแอร์เย็นๆอยู่บ้านเลือกสินค้าผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟนกันดีกว่า และเนื่องจากการเปิดร้านออนไลน์ในตอนนี้เป็นเรื่องง่ายมาก ไม่กี่ขั้นตอน เราก็มีร้านค้าออนไลน์ใน Facebook หรือในแอพ Online Shopping ต่างๆ ได้ง่ายๆ และด้วยความที่มันง่ายก็แน่นอนเลยว่าร้านค้าต่างๆ ที่อาจเป็นสินค้ากลุ่มเดียวกับเราก็มากมายตามไปด้วย ดังนั้นหนึ่งในวิธีที่จะดึงดูดสายตาของนัก Online Shopping ที่ดีที่สุดอย่างแรกคือ การที่ร้านของเรามีรูปสินค้าที่โดดเด่น สวยงาม และชัดเจน นั้นเองครับ

ดังนั้นผมจึงมี 5 วิธีง่ายๆทำให้ภาพสินค้าของคุณดูโดดเด่น ดึงดูดสายตาใครๆกว่าร้านอื่นๆกันเถอะ

1. เลือกฉากหลังให้ดี

นอกจากฉากหลังสีขาวโพลนๆแล้ว ฉากหลังที่ดีควรมีโทนหรือแนวทางเดียวกับตัวสินค้า เช่นสินค้าในกลุ่ม Gadget ฉากหลังก็ควรเป็นพื้นผิวอย่างลายไม้สีเข้มๆ, กระจกเงาดำ, พื้นผิวโลหะ ซึ่งที่กล่าวมานั้นคงไม่เหมาะแน่ๆ ครับ ถ้าจะเอาขวดเซรั่มบำรุงผิวไปวาง ที่น่าจะเป็นฉากหลังอย่างลายกระเบื้องหินอ่อน,หรือฉากหลังที่เป็นสีหวานๆมากกว่า หรือจะมีฉากหลังเป็นสถานที่จริงๆก็ดีไม่น้อยครับ เช่น สินค้าอย่างขาตั้งกล้องที่กางตั้งอยู่ โดยมีฉากหลังเป็นวิวของสถานที่ท่องเที่ยว หรือวิวทิวทัศน์ แต่จะต้องไม่โดดเด่นเกินกว่าตัวสินค้าที่ต้องเป็นตัวเอกของภาพนะครับ

2. พร็อพที่เชื่อมโยงกันได้

นอกจากรูปตัวสินค้าเดี่ยวๆที่ชัดเจนทุกมุมแล้ว การมีภาพสินค้าที่มีพร๊อพประกอบโดยที่มีความสัมพันธ์หรือเชื่อมโยงถึงกันได้จะทำให้ภาพมีความน่าสนใจยิ่งขึ้น และยังเป็นการทำให้ลูกค้าพอทราบขนาดของสินค้านั้นคร่าวๆด้วย เช่น ถ่ายภาพขายกระเป๋า เราสามารถที่จะวางกระเป๋าสตางค์, โทรศัพท์มือถือ, กุญแจ มาวางข้างๆได้ หรือถ่ายภาพอาหาร ก็สามารถมีเครื่องดื่ม หรือตัววัตถุดิบหลักมาวางประกอบได้เช่นกัน และถ้าสินค้านั้นสามารถถ่ายภาพขณะการใช้งานได้ หรือขณะกำลังสวมใส่อยู่ก็ช่วยทำให้ภาพสินค้านั้น ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น

3. การจัดองค์ประกอบภาพ

ได้ฉากหลังงามๆ และพร๊อพสวยๆ แล้ว ภาพสินค้าก็คงจะดูโดดเด่นไม่ได้เลยครับ ถ้าไม่รู้วิธีการจัดวางตำแหน่ง ซึ่งพื้นฐานเรื่องนี้ผมขอแนะนำ วิธีที่ง่ายและเป็นที่นิยมตลอดกาลนานเทอญ นั้นคือ “จุดตัด 9 ช่อง”หรือ Grid  กฎนี้ใช้ได้กับภาพทุกสัดส่วนไม่ว่าจะ 1:1 4:3 16:9 เพียงแค่เราลากเส้นแบ่งพื้นที่ในภาพที่ออกเป็นสามส่วนเท่าๆ กันทั้งแนวตั้ง และแนวนอน จุดที่เส้นแนวตั้งแนวนอนตัดกันจะมีทั้งหมด 4 จุด ให้นำสินค้าไปวางในจุดใดจุดหนึ่ง และควรทิ้งให้มีพื้นที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของภาพเว้นว่างไว้ สำหรับการใส่ข้อความหรือข้อมูลของสินค้าด้วยนะครับ

4. ความคมชัดต้องได้ สีสันต้องตรง

จัดองค์ประกอบได้ก็ถึงเวลาลั่นชัตเตอร์ถ่ายภาพ ซึ่งภาพถ่ายสินค้าที่ดีตัวสินค้าต้องมีความคมชัดเห็นรายละเอียดครบถ้วน และที่สำคัญไม่แพ้กันและหลายๆ คนอาจมองข้ามไปนั้นก็คือเรื่องของสี ที่จะต้องถูกต้องตรงกับตัวสินค้าจริงๆ ตัวอย่างเช่นเสื้อผ้า ที่สีแดง สีเหลือง สีชมพู สินค้าจริงเป็นอย่างไร เฉดสีไหน ภาพที่ถ่ายมา หรือหลังจากการตกแต่งแล้วก็ควรมีความถูกต้อง หรือมีความคลาดเคลื่อนน้อยที่สุด เพราะหากมีความคลาดเคลื่อนกันเยอะ เมื่อลูกค้าได้รับสินค้าแล้ว อาจจะสร้างความไม่พอใจในตัวสินค้า และไม่ไว้วางใจในร้านของเราอีกก็ได้ครับ ดังนั้นการถ่ายภาพโดยตั้งอยู่บนขาตั้ง จะเป็นการเพิ่มความมั่นคงและความนิ่งให้กับกล้อง ช่วยให้ได้ภาพที่มีความคมชัดกว่าการถ่ายด้วยมือเปล่าแน่นอนครับ

5. ให้ Manfrotto ช่วยสิครับ

Manfrotto มีอุปกรณ์ถ่ายภาพมากมายเลยครับ ที่จะช่วยให้การถ่ายภาพสินค้าของคุณเป็นเรื่องง่ายและสนุก เสมือนมีผู้ช่วย ไม่ว่าจะเป็นขาตั้งกล้องในตระกูล 055 190 290 ที่สามารถให้คุณถ่ายภาพจากมุมบนได้อย่างสะดวกสบาย หรือจะใช้ตั้งบนโต๊ะเคลื่อนย้ายรวดเร็วอย่าง PIXI และ PIXI EVO รวมถึง ไฟ LED อย่าง LUMI ที่จะให้ภาพของคุณมีแสงสวยๆและควบคุมได้ดั่งใจต้องการ

หวังว่า 5 ขั้นตอนง่ายๆ นี้จะทำให้ภาพถ่ายสินค้าของทุกๆ ท่านจะสวยงาม และโดดเด่นขึ้นนะครับ การพัฒนาและฝึกฝนถ่ายภาพสินค้าบ่อยๆ จะเพิ่มประสบการณ์ มุมมองในการจัดวางตัวสินค้า และองค์ประกอบต่างๆได้ดีขึ้นครับ ว่าแล้วผมก็ขอตัวลาไปก่อนครับ ไปหาเรื่องเสียตังค์ เลือกซื้อของออนไลน์แป๊บครับ ^^

บทความที่คุณอาจสนใจ