เทคนิคการถ่ายแสงไฟให้เป็น “เส้น”

หลายๆ คน หลงใหลในการถ่ายภาพในช่วงเวลากลางคืน เพราะเป็นเรื่องที่น่าสนุกและสามารถสร้างสรรค์ภาพด้วยเทคนิคที่หลากหลาย การถ่ายภาพเส้นทางแสงรถก็เป็นอีกรูปแบบที่น่าสนใจ อุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ในการถ่ายภาพนี้ก็คือ ขาตั้งกล้อง นั่นเอง วันนี้ เรามีเทคนิคในการถ่ายแสงไฟให้เป็น “เส้น” สวยๆ มาฝากกัน

# สถานที่ที่เหมาะสม

สิ่งแรกที่เราต้องทำ คือการหาสถานที่ที่เหมาะสำหรับการจับภาพเส้นทางแสงรถ จุดเริ่มต้นที่ดีคือการยืนบนถนนหรือสะพานลอยที่มีการจราจรหนาแน่น และปรับการตั้งค่ากล้องของคุณเพื่อให้คุณสามารถควบคุมความเร็วชัตเตอร์ เช่นใช้โหมดแมนนวล (M)

# อย่ารอจนมืด

หลายคนอาจคิดว่าจะต้องรอจนฟ้ามืด เพื่อสร้างเส้นทางแสง แต่เราขอแนะนำให้ลองเริ่มถ่ายรูปและทดสอบเทคนิคต่างๆ ตั้งแต่ช่วงที่ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า อาจจะได้เส้นแสงที่แปลกและดูน่าสนใจ

# ระบุตำแหน่ง

ลองหาสถานที่ถ่ายภาพใหม่ๆ ที่มีบรรยากาศรอบๆ ที่น่าสนใจ เช่น ตึกที่มีแสงไฟ หรือเกาะกลางถนน

# การจัดองค์ประกอบภาพ

กฎขององค์ประกอบภาพ คือสิ่งที่จำเป็นในการถ่ายภาพทุกประเภท กฎที่ใช้ประโยชน์ได้ง่ายและรวดเร็วที่สุดนั้นคือ กฎสามส่วน

# การตั้งค่ากล้อง

ค่าของความเร็วชัตเตอร์ รูรับแสง และค่า ISO จะขึ้นอยู่กับบริบทของสถานที่ในการถ่ายภาพ นอกจากนี้ความเร็วของยานพาหนะยังเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญด้วย เราจึงขอแนะนำการตั้งค่าเริ่มต้นด้วย:
– ตั้งค่ากล้องเป็นโหมด Manual (M)
– ตั้งค่า ISO ต่ำ (100/200 )
– ค่า shutter speed 10 วินาที
– ค่ารูรับแสง f/8

# ลงมือถ่ายเลย !

สุดท้ายแล้ว ให้เริ่มถ่ายภาพทดสอบสักสองสามครั้ง เพื่อดูว่าการตั้งค่ากล้องถูกต้องหรือจำเป็นต้องปรับเพิ่มเติม

ภาพมืดเกินไป?
ลองแก้ไขด้วยการ
– เพิ่ม ISO เช่น จาก 100 เป็น 200
– เพิ่มความกว้างรูรับแสง (เช่น จาก f/8 เป็น f/5.6)
-ปรับ shutter speed ให้นานขึ้น เช่น 15 หรือ 20 seconds
หรือปรับเพิ่มทั้ง 3 อย่างก็ได้

ภาพสว่างเกินไป?
ลองแก้ไขด้วยการ
– ลดความกว้างรูรับแสง (เช่น จาก f/8 เป็น f/11)
-ปรับ shutter speed ให้เร็วขึ้น เช่น 5 วินาที

ถนนแถวบ้านเราก็สวยไม่น้อยหน้าเมืองนอกนะ มีหลายๆ จุดที่ชอบถ่ายกัน เช่น สะพานช่องนนทรี สะพานตากสิน เตรียมกล้อง และขาตั้งกล้องให้พร้อม ขอให้สนุกสนานกับการถ่ายรูปเส้นแสงไฟกันนะจ๊ะ

สำหรับผู้ที่ต้องการอ่านบทความต้นฉบับ สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ www.manfrottoimaginemore.com ค่ะ

………………………………………………………….

Credit : Alessio Furlan